Category Archive : ตำนาน

ยุคโรมันจักรพพรดิเนโร

ซึ่งมีใครรู้หรือไม่ว่าในอดีตชาวโรมันนิยมใช้ฉี่มาทำเป็นน้ำยาบ้วนปากกันนี่คือเรื่องจริงที่ในอดีตชาวโรมันมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องฉี่เป็นอย่างมากผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใครของชาวโรมันนั่นก็คือน้ำยาบ้วนปากที่ทำมาจากฉี่ชาวโรมันได้เชื่อกันว่าฉี่นั่นมันจะช่วยทำให้ปากสะอาดและทำให้มีฟันขาวเพราะว่าในปัสสาวะนั้นมีแอมโมเนียมีคุณสมบัติในการทำความสะอาดได้เป็นอย่างดีชาวโรมันยืนว่าฉี่ไม่ว่าจะฉี่คนหรือฉี่สัตว์ก็ทำให้ฟันขาวได้

นอกจากนี้แล้วฉี่ของชาวโรมันมีความสำคัญเป็นอย่างมากถึงขั้นจะต้องมีออกกฎหมายและมีการเก็บภาษีการซื้อขายฉี่อีกด้วยและฉี่ที่มีราคาแพงมากที่สุดนั้นที่ชาวโรมันได้นำเอาเข้ามาจะต้องคัดสรรเป็นอย่างดีจะต้องมาจากโปตุเกตเท่านั้นเพราะอะไรเพราะว่าได้มีความเชื่อว่าปัสสาวะที่เข้มมันคือปัสสาวะที่ดีมากที่สุดในโลกจึงเหมาะแก่การทำให้ฟันขาวยิ่งเข้มก็จะยิ่งดีขาวจะยิ่งขาว

ดังนั้นชาวโบราณจึงได้เชื่อกันว่าฉี่ที่ได้มาจากย่านโปตุเกตจะมีประสิทธิภาพมากนอกจากการนำเอามาทำน้ำยาบ้วนปากแล้วชาวโรมันยังใช้ฉี่ในการซักผ้าธุรกิจซักผ้าก็มีก็ใช้ฉี่ในการซักผ้าให้กับลูกค้าแล้วก็ซักผ้าของตัวเองก็ใช้ฉี่เหมือนกัน

โดยชาวโรมันโหลในการเก็บปัสสาวะหรือเก็บฉี่เข้าลงไปในบ่อพักจะมีคนมาคอยเก็บอยู่เรื่อยๆเพื่อจะได้รวบรวมนำเอาไปขายตามร้านค้าหรือธุรกิจที่จะต้องใช้ฉี่เป็นหลักในสมัยก่อนชาวโรมันได้เชื่อกันว่าฉี่มันเป็นสิ่งที่มีค่ามากๆเลยเพราะว่ามันประกอบไปด้วยซอส ฟอรัสและโปรดักเซียม

นอกจากนนี้พวกชาวโรมันได้จริงจังกับเรื่องฉี่เป็นอย่างมากเราก็พึ่งจะเคยได้ยินว่าฉี่มันจะมีความสำคัญได้ถึงขนาดนี้ในคริสต์ศตวรรษที่1จักรพรรดิเนโร ได้ประกาศจัดเก็บภาษีหรือเรียกกันง่ายๆภาษีปัสสาวะนั่นเองโดยเรียกจากการเก็บรวบรวมปัสสาวะในที่สาธารณะหรือห้องน้ำสาธารณะนั่งเองเพราะว่าชนชั้นล่างในสังคมเอาปัสสาวะใส่หม้อเล็กๆแล้วก็เอาไปเทใส่ส้วมหลุม

เนื่องจากผู้ที่ได้ซื้อปัสสาวะไปก็จะต้องมีการจ่ายภาษีเพราะว่าฉี่นั้นถือได้ว่าฉี่เป็นของที่มีค่านอกจากฉี่แล้วทุกคนเชื่อหรือไม่ว่ายังมีอยู่อีกหนึ่งอย่างที่มันไม่น่าเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นสิ่งนี้เขาเรียกกันว่าฟองน้ำสามัคคีอย่างที่บอกในโรมันสมัยก่อนชาวโรมันเขาจะมีห้องน้ำสาธารณะของเขามีการเก็บภาษีฉี่หรืออะไรทั้งหลาย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ขายหวยออนไลน์

ตำนานผีช่องแอร์ที่ จ.สงขลา

สำหรับเรื่องรานี้เคยเกิดขึ้นมาที่หาดใหญ่เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นจริงและได้ถูกนำเอาเรื่องราวมาทำเป็นหนังอีกด้วยโดยมันเป็นเรื่องดังในอดีตได้มีวงดนตรีวงหนึ่งที่เขาได้ไปพบเจอมาด้วยตัวของเขาเองแล้วก็ได้โทรศัพท์ไปเล่าให้กับรายการผีรายการหนึ่งฟังตอนนั้นจัดได้ว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาที่สุดแห่งปีเลยเรื่องนี้ได้เคยไปออกในรายการตีสิบด้วย

ซึ่งหลายคนอาจจะรู้กันแล้วใช่ไหมว่าเรื่องที่เราจะเล่าต่อไปนี้มันคือเรื่องอะไรผีช่องแอร์ที่หาดใหญ่หลายคนเคยไปพักตามโรงแรมและจะสังเกตเห็นว่าบางโรงแรมก็ไม่ได้มีเครื่องปรับอากาศที่แยกเป็นเครื่องจะมีช่องแอร์ที่ติดอยู่กับผนัง

สำหรับเรื่องผีในช่องแอร์วันนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่หาดใหญ่จังหวัดสงขลาเรื่องมีอยู่ว่าได้มีวงดนตรีวงหนึ่งที่ได้มาจากกรุงเทพพวกเขาก็จะเล่นดนตรีไปตามผับบาร์ต่างๆในวงมีสมาชิกด้วยกัน6คนด้วยความที่ว่าเล่นดนตรีกลางคืนกันเขามีความรู้สึกว่าวันนี้เหนื่อยกับการที่ไปเล่นดนตรีรอบดึกเหลืองเกินอยากจะขอเปิดโรงแรมแถวนี้นอนสักคืน

โดยพวกเขานั้นได้เลือกโรงแรมแห่งนี้เป็นที่พักสำหรับในคืนนี้และพวกเขานั้นก็ไม่รู้มาก่อนเลยว่าโรงแรมแห่งนี้เคยมีเหตุการณ์ฆาตกรรมสุดหลอนที่เกิดขึ้นในโรงแรมแห่งนี้

นอกจากนี้พวกเขายังเล่าให้ฟังอีกว่าในตอนที่พวกเขานั้นได้เข้าไปจองห้องพนังงานได้บอกกับพวกเขาว่าวันนี้โรงแรมห้องเต็มคุยไปคุยมามีป้าแม่บ้านก็ได้บอกกับพวกเขาว่ามันมีอยู่ห้องหนึ่งที่ว่างเดี๋ยวป้าเปิดให้แล้วกันป้าก็เลยพาพวกเขาไปยังห้องเลขที่409ทุกคนได้เข้าห้องต่างก็แยกกันไปเก็บสัมภาระต่างๆ

เมื่อทุกคนทำอะไรเสร็จแล้วไปมารวมตัวกันเพื่อเล่นการพนันแต่ถ้าไม่เชื่อว่าเรื่องนี้มันมีผีคุณจะลองไปพิสูจน์เองก็ได้

ในขณะที่พวกเขานั้นกำลังเล่นกันอยู่เพลินๆมีเพื่อนคนหนึ่งได้สังเกตเห็นว่ามีผ้าสีขาวติดอยู่ที่ช่องแอร์สบัดไปมาอยู่ด้วยความรำคาญที่เห็นผ้าสีขาวติดอยู่ที่ช่องแอร์จึงได้ดึงเอาผ้าผืนนั้นออกมา

ปรากฏว่าตะแกรงได้หลุดออกมาด้วยและเมื่อเขานั้นได้เห็นภาพที่อยู่ในตะแกรงก็เดินออกจากห้องไปโดนที่ไม่ได้พูดอะไรเลยเพื่อนเรียกก็ไม่หันต่อมาเพื่อนคนที่สองก็เอาตะแกรงเข้าไปใส่ที่เดิมและเขาก็เจอเหมือนกับคนแรกที่เจอแล้วก็เดินออกไปเพื่อนที่นั่งเล่นการพนันกันอยู่ก็สงสัย

เมื่อพวกเขานั้นสงสัยว่าในช่องแอร์นั้นมันมีอะไรก็เลยเข้าไปดูปรากฏว่าพบเจอหัวศีรษะของผู้หญิงที่พยายามชะโงกหน้าออกมาจากช่องแอร์มองมาที่พวกเขาด้วยสายตาที่แค้นผมสีดำยาวของเธอผูกติดอยู่ในช่องแอร์ทุกคนต่างวิ่งอกอจากห้องโดยไม่คิดชีวิต

 

สนับสนุนโดย  alpha88

การตายของสัตว์ขนาดใหญ่ที่ไม่มีคำตอบ

สำหรับเรื่องนี้มันไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไร่แต่เราจะเล่าและลองให้ทุกคนคิดไปตามกันว่าสิ่งที่เราได้เล่าออกไปนั้นมันคือเรื่องอะไรแน่นอนว่ามันจะต้องเป็นเรื่องที่ดังและเคยเกิดขึ้นมาในประเทศไทยอย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นเราไม่เล่าอย่างแน่นอน

ซึ่งเราจะไม่บอกว่าสิ่งที่เราได้เล่านั้นมันคือเรื่องอะไรแต่เราอยากจะให้คนที่ได้อ่านเรื่องนี้แล้วลองคิดจินตนาการไปด้วยกันว่าสิ่งที่เราได้เล่าไปนั้นมันคือปราการณ์อีกอย่างหนึ่งที่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยมันได้เป็นสิ่งที่คนไทยนั้นคุ้มหูตามไปอ่านกันเลย

เหตุการณ์นี้มันได้เกิดขึ้นที่บริเวณน่านน้ำลึกที่บริเวณอ่างไทยในกรณีที่มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่ได้อาศัยอยู่ในบริเวณแทบอ่าวไทยบ้านเราได้เกิดเหตุความผิดปกติในร่างกายของตัวมันเอง

โดยมันเหมือนกับว่ามันเป็นโรคชนิดหนึ่งที่มันไม่เคยเกิดขึ้นกับพวกสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ในท้องทะเลมาก่อนโรคชนิดนี้มันเกิดขึ้นได้แม้กับสัตว์หรือแม้ว่ากับคนเลย

นอกจากนี้มันได้เป็นโรคโรคหนึ่งที่ส่งผลค่อนข้างที่จะร้ายแรงเป็นอย่างมากที่ได้กระทบกระเทือนต่อจิตใจมากว่ากันว่ามีผู้ไปพบเห็นว่าสัตว์ทะเลชนิดนี้ติดอยู่ที่บริเวณชายหาดของประเทศไทยเรา

เมื่อชาวบ้านได้เข้าไปพบกับพบว่ามันเสียชีวิตมันเสียชีวิตจากการขาดออกซิเจนเป็นเวลานานจึงได้นำเอาร่างไปไปชันสูตรหาโรคที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งหนึ่งปรากฏว่าทางการแพทย์ได้ผลชันสูตรออกมาว่าสัตว์ชนิดนี้มันได้เกิดโรคประหลาดแพทย์เขาได้ทำการผ่าเจ้าซากสิ่งมีชีวิตตัวนี้ออกมาดู

เนื่องจากว่าหัวใจของมันนั้นได้หายไปอย่างปริศนาแต่ไม่พบร่องรอยของบาดแผลใดๆในตัวมันแต่หัวใจของมันได้หายไปตั้งแต่อยู่ในทะเลแล้วทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ไปสอบถามชาวประมงว่าในช่วงเวลาก่อนหน้านี้เคยเห็นสิ่งมีชีวิตที่หัวใจนี้ได้สูญหายไปหรือเปล่าด้านชาวประมงไม่เข้าใจกับสิ่งที่ทางการแพทย์นั้นได้พูดว่ามันคืออะไร

นอกจากนี้ทางการแพทย์จึงได้สันนิษฐานว่าจะเป็นไปได้ไหมว่าสิ่งมีชีวิตนี้มันอาจจะได้รับการกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจของมันอย่างร้ายแรงสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ที่ได้ลอยน้ำมาเสียชีวิตอยู่ที่ชายหาดมันได้รับโรคร้ายแรงชนิดหนึ่งสิ่งที่ทำให้มันต้องตายแล้วจริงๆแล้วไม่ได้เกิดมาจากโรคร้ายแรงที่ระบาด

โดยมันได้ผิดหวังกับความรักและได้รับผลกระทบทางด้านสะเทือนจิตใจมาอย่างรุนแรงจึงได้ทำให้มันได้เสียชีวิตลงไปได้แพทย์จึงออกมาเตือนว่าอย่างไรก็ตามจะต้องแยกให้ออกรักก็คือรักส่วนหลงก็คือหลง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรีได้เงินจริง

ตำนานโรงเรียนเฮี้ยนที่โคราช

วันนี้เราได้มีเรื่องราวสุดหลอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งมาที่อยู่ในจังหวัดนครราชสีมาหรือจังหวัดโคราชนั่นเองแต่สำหรับเรื่องที่จะเล่าในตอนนี้เราจะไม่ขอบอกชื่อโรงเรียนว่าเป็นโรงเรียนอะไรเพราะเนื่องจากว่ากลัวลูกหลานๆน้องกลัวจนไม่กล้าเข้าไปเรียนกัน

สำหรับเรื่องนี้เราจะมาเล่าเรื่องผีที่อยู่ในโรงเรียนหญิงล้วนที่โคราชเรื่องนี้ผู้อ่านจะต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านให้ดีๆเพราะเรื่องที่เราจะเล่าดังต่อไปนี้มันเป็นเรื่องที่มาจากทางบ้านและเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเป็นข้อมูลจริงหรือว่ามันเป็นเพียงข้อมูลเรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อหลอกเด็กๆที่อยู่ในโรงเรียน

ซึ่งเราอยากจะบอกทุกคนเลยว่าในตำนานหลอนที่อยู่ในโรงเรียนมันมีเรื่องเกือบจะทุกโรงเรียนกันเลยและบางเรื่องมันก็เป็นเรื่องจริงบางเรื่องมันก็เป็นเรื่องที่ไม่จริงเหมือนอย่างสมัยที่เราเรียนมักจะมีเรื่องเกี่ยวกับในห้องน้ำห้องเรียนหรือเรื่องต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาโรงแม่บ้านสุดหลอนห้องเรียนผีสิงหรืออะไรต่างๆมันมีอยู่เยอะมากจึงอยากให้ทุกคนได้ใช้วิจารณญาณอ่านกันให้ดีๆไม่ใช่ว่าจำเรื่องนี้ไปแล้วหลอน

ซึ่งในช่วงที่โรงเรียนหยุดหรือว่าในช่วงปิดเทอมของนักเรียนก็ยังได้มีนักเรียนบางกลุ่มที่มักจะเข้าโรงเรียนมาทำกิจกรรมอยู่บ่อยครั้งในระหว่างที่พวกเขาได้ทำกิจกรรมกันมีเพื่อนคนหนึ่งอยากจะเข้าห้องน้ำจึงได้ชวนเพื่อนหลายๆคนไปเข้าเป็นเพื่อนด้วย

เนื่องจากว่าในช่วงที่โรงเรียนปิดมันค่อนข้างที่จะเงียบและน่ากลัวโดยเธอนั้นกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือว่าเจอเรื่องหลอนๆขึ้นมานั้นเองจึงคิดว่าถ้าเราชวนเพื่อนมากันหลายๆคนมันอาจจะไม่น่ากลัวแต่สิ่งที่นักเรียนคิดมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น

ในระหว่างที่เธอกำลังล้างมือและได้คุยเรื่องงราวต่างๆไปกับเพื่อนด้วยความเคยชินเวลาล้างมือเสร็จก็จะมีการสบัดมือทำให้น้ำกระจายไปทั่วอ้างน้ำอยู่ๆก็ได้ยินเสียงพูดเข้ามาเบาๆจึงได้ทำให้ทุกคนเงียบหูฟังแล้วจับใจความได้ว่าเสียงเสียงนั้นมันเป็นเสียงของแม่บ้าน

นอกจากนี้เสียงนั้นที่พวกเขาได้ยินกันได้พูดว่าหนูล้างมือให้ดีๆหน่อยอย่าสบัดน้ำมันโดนลูกของป้าทุกคนต่างก็ตกใจแล้วหันมามองหน้ากันในวันนั้นเป็นวันที่โรงเรียนปิดเทอมและไม่มีใครมาทำงานมันจะเป็นเสียงของใครกันทุกๆคนต่างก็ได้พากันวิ่งหนีออกจากห้องน้ำแห่งนี้โดยที่ไม่หันกลับมามองที่มาของเสียงเหล่านั้นอีกเลย

ซึ่งเสียงที่เด็กๆที่ได้ยินกันได้เป็นเสียงของแม่บ้านคนหนึ่งที่เขามีลูกและลูกของเขานั้นได้เสียชีวิตว่ากันว่าลูกของป้าแม่บ้านมักจะชอบนั่งอยู่บนอ่างล้างหน้านี้อยู่เป็นประจำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950

เรื่องเล่าค่าย รด.สยองขวัญ จ.ศรีสะเกษ

ค่าย รด. สยองขวัญ เราเชื่อว่าหลายๆคนที่ได้เคยผ่านช่วงชีวิตในวัยมัธยมเคยเข้าค่ายที่โรงเรียนมาอาจจะเป็นการแข่งศิลปะบ้างเข้าค่ายซ้อมกีฬาบ้างเข้าค่ายลูกเสือล้างหรือแม้กระทั่งค่าย รด. ที่เรากำลังจะกล่าวถึงนี้

เมื่อพูดถึงค่าย รด. หลายๆคนอาจจะคิดว่าจะต้องไปฝึกแต่ที่เขาชนไก่แต่เราได้ฝึกอยู่ที่โรงเรียนในตัวจังหวัดแน่นอนว่ามีช่วงเวลากลางวันโรงเรียนทีเป็นสถานที่ที่เราเรียนนั้นมันอาจจะไม่น่ากลัวมากเท่าไหร่เพราะด้วยบรรยากาศของช่วงเวลาบวกกับผู้คนมากมายที่เราได้คุ้นเคยแล้วมันเลยทำเหมือนในที่ที่เราเคยชินในการใช้ชีวิตมากกว่าต่างจากเวลากลางคืนที่ไม่ค่อยมีผู้คนบวกกับความมือที่ปกคลุม

นอกจากจะสร้างบรรยากาศให้น่ากลัวขึ้นแล้วยังมีอิทธิพลต่อเรื่องเล่าที่หน้าขนหัวลุกของโรงเรียนที่เล่าในตอนกลางวันเป็นอย่างมากเพราะบางเรื่องในขณะที่เล่ากันในตอนกลางวันยังชวนให้ขนหัวลุกเลยแล้วถ้าเอามาเล่าในสถานที่จริงในช่วงเวลากลางคืน

เรื่องเล่านั้นมันคงเหมือนกับชีวิตจริงที่อยู่ในเหตุการณ์เลนทีเดียวผมได้อยู่จังหวัดศีรสะเกษการเข้าค่าย รด.ของผมครั้งนี้มันได้ยาวนานถึง12วัน11คืนและมันเป็นการเข้าค่ายที่จะต้องไปค้างแรมที่โรงเรียนอื่น

ซึ่งแน่นอนแล้วว่ามันจะต้องมีเรื่องรวงอะไรที่เกี่ยวข้องสถานที่ที่เราไม่รู้แน่ๆโดยโรงเรียนนั้นก้อยุ๋ตำบลอื่นในจังหวัดศรีสะเกษนั่นเอง

โดยวันแรกของการเข้าค่ายมันก็จะมีอะไรที่น่าตื่นเต้นอีกหน่อยในภาคกลางวันตั้งแต่ลงรถก็ถูกครูฝึกให้ปลดเป้และเทออกอย่างรวดเร็วเพื่อทำการตรวจสอบสัมภาระที่อยู่ด้านในรวมไปถึงของต้องห้ามในที่นี้ด้วยอย่างเช่นโทรศัพท์มือถือและบุหรี่เป็นต้น

นอกจากนี้ในวันแรกของการเข้าค่ายมันก็จะหนักหน่อยเพราะแต่ละคนจะเคยชินแต่ความสุขความสบายกับการใช้ชีวิตจากทางบ้านมาพอสมควรกว่าจะปรับตัวเข้าได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยเป็นอย่างต่ำไหนจะต้องฝึกทุกวันและตื่นแต่เช้าเข้านอนเร็วทำอะไรที่มันจะต้องอยู่ในกรดเกณฑ์อีกสาระพัด

ซึ่งแน่นอนเด็กน้อยหลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเหมือนกิจกรรมที่ไม่ได้อะไรเลยในชีวิตการฝึกในช่วงบ่ายได้เสร็จสิ้นลงพร้อมกับฝนที่เทลงมาอีกห่าใหญ่จึงทำให้พื้นที่ของดินนั้นได้กลายเป็นโครนจนหมด

สำหรับพวกผมคงคิดว่ามันดีมากมันจะได้ไม่ต้องฝึกอีกแต่สำหรับครูฝึกแล้วคงคิดว่าเหมาะแก่การลงโทษนักศึกษาวิชาทหารยิ่งนักหลังจากนั้นมันก็เป็นไปตามที่คาดเอาไว้

 

สนับสนุนโดย  betbb

ผีกระสือมีตัวตนอยู่บนโลกหรือเปล่า?

สำหรับผีกระสือมันได้เป็นหนึ่งในตำนานที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านานตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าเราที่เขาบอกว่าในช่วงเวลากลางคืนในต่างจังหวัดอย่าได้ออกไปไหนมาไหนในช่วงตอนกลางคืนเพราะอาจจะถูกผีกระสือเข้ามาหลอกหลอนหรือมาไล่ได้

ถ้าหากว่าไปเจอผีกระสือในตอนกลางคืนอย่าได้ไปทักเป็นอันขาดเพราะไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะถูกผีกระสือตามกลับไปยังบ้านเลยก็ว่าได้

ซึ่งตรงนี้มันก็เป็นความเชื่อที่คนโบราณเขาได้เชื่อกันแล้วพอเราได้ทำการหาข้อมูลไปแล้วเรื่อยๆปรากฏว่าเราได้ไปเจอข้อมูลอยู่หนึ่งอย่างที่หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้และข้อมูลตรงนี้สามารถยืนยันได้เลยว่าผีกระสือมันอาจจะมีตัวตนจริงๆบนโลกก็ได้

สำหรับเรื่องตำนานของผีกระสือเวลาที่เราพูดถึงกันส่วนใหญ่เราก็จะนึกถึงภาพในลักษณะของผีที่มันสามารถถอดหัวออกจากร่างได้ในตอนกลางวันมันจะเป็นลักษณะคล้ายกับคนธรรมดาที่เป็นผู้หญิงแต่จะมีอุปนิสัยใจคอที่ที่ไม่ยุ่งกับใครและจะมีอาการคล้ายกับคนป่วยอยู่ตลอดเวลาพอเวลาตกกลางคืนไปแล้วคนคนนั้นจะสามารถถอดหัวออกมาจากร่างกายและจะออกหากินในตอนกลางคืน

โดยลักษณะที่เราได้พูดถึงตรงจุดนี้มาไม่ได้ถอดเฉพาะแค่ส่วนหัวออกมาแต่ลักษณะของตัวที่ถอดออกมานั้นมันจะมีอวัยวะภายในไม่ว่าจะเป็นหัวใจปอดหัวใจลำไส้หรืออะไรต่างๆได้หลุดติดออกมาแล้วเครื่องในเหล่านั้นมันก็ได้ส่องแสงออกมาให้เราได้เห็นในลักษณะสีเขียวหรือสีแดงได้อีกด้วย

ซึ่งตามหลักความเชื่อของผีกระสือคนส่วนใหญ่เขาจะเชื่อกันว่าอาหารที่ผีกระสือชอบกินนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นซากสัตว์กบเขียดหรือเครื่องในต่างๆที่เป็นของสดว่ากันว่าได้มีอยู่หลายๆครั้งที่ชาวบ้านได้เลี้ยงสัตว์เล็กสัตว์น้อยไม่ว่าจะเป็นไก่ลูกหมูหรือสัตว์อะไรก็แล้วแต่พอเขาได้เห็นแสงไฟสีเขียวหรือสีแดงกระพริบๆลอยขึ้นลอยลงอยู่บริเวณบ้านในตอนกลางคืน

เมื่อพวกเขาได้ตื่นเช้ามาสัตว์ที่เขาได้เลี้ยงกันเอาไว้มันก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยและที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือมันไม่ใช่เฉพาะแค่สัตว์เล็กสัตว์น้อยแต่อย่างสัตว์ใหญ่อย่างวัวกับควายก็เคยมีกรณ๊ที่ว่าพอได้เห็นแสงไฟสีเขียวหรือสีฟ้าลอยบินต่ำบินสูงสลับกันไปมาพอตื่นเช้ามาวัวกับควายที่ชาวบ้านได้เลี้ยงเอาไว้นั้นก็ถูกฆ่าและได้นำเอาอวัยวะภายในเอาออกไปนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่าอันไหนดี

ตำนานคำสาปแช่งของนางสุชาดา

        สำหรับเรื่องราวการสาปแช่งของนางสุชาดานั้นเกิดขึ้นมีผลเกี่ยวพันกับเรื่องของทางพระพุทธศาสนาด้วยโดยตำนานเล่าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่เมืองลำปางซึ่งตำนานเรื่องของการสาปแช่งของนางสุชาดาเกิดขึ้นเพราะว่าในสมัยโบราณนั้นนางสุชาดาเป็นผู้หญิงรูปงามเธอนั้นเป็นหญิงสาวที่นับถือพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัดและมักจะทำบุญทำทานอย่างสม่ำเสมอซึ่งในช่วงของสมัยของนางสุชาดานั้นมี พระมหาเถรเจ้ารูปหนึ่งมีความต้องการที่อยากจะสร้างพระพุทธรูปด้วยความตั้งใจของพระมหาเถระชาตินั้นจะได้ไม้แก่นกันมาสร้างเป็นพระพุทธรูปแต่หาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหาไม้แก่นจันทร์มาทำเป็นพระพุทธรูปได้ความเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของพระยานาค

ซึ่งพญานาคตนนี้นั้นเริ่มใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาด้วยเช่นกันดังนั้นเมื่อเห็นว่านางสุชาดานั้นเป็นหญิงสาวที่ทำบุญทำทานจึงได้มีการนำแก้วมรกตซึ่งปลูกอยู่ในสวนหลังบ้านของนางสุชาดาเนื่องจากว่าพญานาครู้ดีว่านางสุชาดาจะต้องนำแตงโมนั้นไปถวายให้กับพระเถระเจ้าเป็นประจำอยู่แล้ว

ดังนั้นเมื่อนางสุชาดาไปเก็บแตงโมที่หลังบ้านมาเมื่อผ่านก็พบว่าข้างในนั้นมีแก้วมรกตอยู่ด้านในนางสุชาดาจึงได้นำแก้วมรกตนี้ไปถวายแด่พระเถระเจ้าเพื่อหวังที่จะให้พระเถระเจ้านั้นนำแก้วมรกตนี้มาสร้างเป็นพระพุทธรูป เมื่อใดแก้วมรกตมาแล้วก็ไม่มีช่างคนไหนที่จะสามารถนำแก้วมรกตมาสลักเป็นพระพุทธรูปได้เนื่องจากว่าแก้วมรกตนั้นแข็งแรงมากเทวดาจึงได้แปลงกายมาเป็นช่างเพื่อแกะสลักเป็นพระพุทธรูปแก้วมรกตให้   อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวนั้นรู้ไปถึงหูของเจ้าเมืองลำปางซึ่งพระองค์โกรธมากที่นางสุชาดาไม่นำแก้วมรกตมาถวายพระองค์แต่กลับนำไปถวายพระเถระเจ้า

โดยพระองค์ว่าพระองค์นั้นยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองลำปางดังนั้นสิ่งของมีค่าจึงต้องส่งมาถึงพระองค์ก่อน เรื่องนี้ทำให้เจ้าเมืองลำปางนั้นตัดสินใจที่จะใส่ร้ายนางสุชาดาโดยระบุว่านางสุชาดานั้นมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับพระมหาเถระเจ้าและ จับทั้งนางสุชาดาและพระมหาเถระเจ้านั้นเพื่อจะมาประหารชีวิต นางสุชาดานั้นด้วยตนเองไม่ได้ผิดเธอจึงได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าหากมีการประหารชีวิตเธอนั้นและเธอไม่ได้ผิดขอให้เลือดของเธอไม่ตกลงที่พื้นแต่กลับพุ่งขึ้นไปบนฟ้าแทนและขอให้เลือกของเธอนั้นเป็นสีขาวบริสุทธิ์เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าเธอนั้นบริสุทธิ์และเธอถูกใส่ร้ายอย่างไรก็ตาม

เมื่อเธอถูกประหารชีวิตปรากฏว่าคำอธิษฐานของเธอนั้นเป็นจริงทำให้ชาวบ้านที่มายืนดูการประหารชีวิตของเธอนั้นต่างก็รู้ว่าเธอนั้นถูกใส่ร้ายจึงเป็นเหตุให้พระมหาเถระเจ้านั้นถูกปล่อยตัวและไม่ถูกประหารชีวิตอย่างไรก็ตามก่อนที่นางสุชาดาจะสิ้นใจนั้นเธอได้มีการสาปแช่งเจ้าเมืองลำปางเอาไว้โดยคำสาปแช่งของเธอนั้นระบุเอาไว้ว่าขอให้ลูกหลานที่สืบราชบัลลังก์ต่อจากเจ้าเมืองลำปางทุกคน บริหารบ้านเมืองไม่เจริญรุ่งเรืองแต่ถ้าหากอยากจะแก้คำสาปแช่งก็ขอให้ลูกหลานคนใดคนหนึ่งมีความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของเธอและนำลูกขนุนที่ปลูกเองไปทำบุญให้กับเธอหลังจากนั้นคำสาปแช่งก็จะหายไป

ซึ่งการต่อมาอีกหลายชั่วอายุคนมีพระสงฆ์องค์หนึ่งซึ่งว่ากันว่าเป็นสายเลือดที่สืบต่อมาจากเจ้าเมืองลำปางท่านได้มีการปลูกต้นขนุนและนำรูปขนุนนั้นไปทำบุญถวายแด่พระนางสุชาดาหลังจากนั้นคำสาปของพระนางนั้นก็หายไปทำให้ลำปางในปัจจุบันนั้นกลายมาเป็นจังหวัดที่มีความยิ่งใหญ่อีกครั้งซึ่งพระสงฆ์รูปนั้นที่เป็นคนแก้คำสาปว่ากันว่าคือหลวงปู่เกษมนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

การเกิดกบฎเดือนมิถุนายน ในปี1832

ซึ่งในการเกิดเหตุการณ์กบฎในครั้งนี้นั้นได้ระเบิดขึ้นในขณะที่ประชาชนได้พากันออกมาร่วมชบวนงานศพของนายพลลามาร์คขบวนงานศพนี้เป็นซีน สำคัญมากในภาพยนตร์Les Miserablesที่มีเพลงDo you hear the peole sing นี่ล่ะเราจะต้องบอกกันไว้อีกเรื่องหนึ่งว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของระบอมสาธารณะรัฐหรือระบอมกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมีเพียงแค่1%ของประชากร

ซึ่งก็ได้แก่คนที่มีทรัพย์สินมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งเป็นเจ้าของที่ดินอะไรต่างๆข้อเรียกร้องของฝ่ายสาธารณะรัฐก็คือให้ผู้ชายทุกคนมีสิทธิ์เลือกตั้งด้วยซ้ำไปกว่าที่ผู้หญิงฝรั่งเศสจะได้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างสมบูรณ์ก็ปาเข้าไปประมาณปี1945เลยทีเดียวเวลาที่เราได้พูดถึงประชาธิปไตและสิทธิเสรีภาพเราพูดกันเป็นดีกรีการต่อสู้ไม่เคยจบสิ้นอย่างที่เห็นๆกันอยู่การกบฎเดือนมิถุนายนของขบวนการสาธารณะรัฐถูกเรียกว่ากบฎเพราะล้มล้างกษัตริย์ไม่สำเร็จทั้งนี้น่าจะเป้น

เพราะชาวปารีสส่วนใหญ่ไม่ได้ออกมาสนับสนุนการต่อสู้ในครั้งนี้ทหารที่ถูกเรียกเข้ามาในปารีสเกือบ4หมื่นนายจึงปราบปรามได้อย่างราบคาบ นอกจากนี้คนที่ออกมาต่อสู้แปดสิบเปอร์เซ็นต์คือคนชนชั้นแรงงานและลูกจ้างชั้นล่างได้มีผู้เสียชีวิตฝั่งประชาชนราว800คนหลังจากนั้นรัฐบาล

ซึ่งก็มาจากการต่อสู้เพื่อการเป็นสาธารณะรัฐก็พยายามตีกรรเชียงออกห่างจากขบวนการสาธารณะรัฐคือแม้ว่าตัวเองจะมาจากการต่อสู้ล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์แต่ก็พยายามกลบๆประวัติศาสตร์นั้นไปหนึ่งในความพยายามก็คือการสั่งให้เก็บภาพLiberty Guiding the People ของDelacroixไม่ให้สาธารณะชนได้พบเห็นอีก โดยได้ให้เหตุผลว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีทั้งๆที่เหตุการณ์การปฏิวัติปี1830ที่ภาพนี้บันทึกไว้คือเหตุการณ์ที่ทำให้กษัตริย์ หลุยส์ ฟิลลีป ได้ขึ้นครองราชย์แท้ๆอย่างไร

ก็ตามในเดือนกุมภาพันธ์1848ก็เกิดการปฏิวัติขึ้นมาอีกครั้งที่มีชื่อว่า February Revolutionได้เป็นผลให้กษัตริย์ หลุยส์ ฟิลลีปที่1 ต้องสละราชสมบัติและเสด็จไปลี้ภัยที่อังกฤษจนสิ้นพระชนม์ใน2ปีต่อมาFebruary Revolutionนี้นำโดยคนชั้นกลางและพ่อค้าคือหลังจากที่การกบฎเดือนมิถุนายนได้จบลงรัฐบาลก็ได้ออกกฎหมายห้ามการชุมนุมชนชั้นกลางและพ่อค้าที่อยากจะชุมนุมพบปะพูดคุยเรื่องการเมืองหรือคุยกับนักการเมืองก็เลยเริ่มจัดงานเลี้ยงระดมทุนที่จริงๆแล้ว

ก็คือการชุมนุมทางการเมืองนั่นแหละงานเลี้ยงประเภทนี้ก็ฮิตมากได้จัดกันทั่วประเทศจนรัฐบาลออกกฎหมายห้ามจัดงานเลี้ยงชุมนุมแบบนี้ก็เลยเกิดการประท้วงขึ้นอีกการประท้วงเที่ยวนี้ค่อยข้างมีทุนช่วยเหลือเพราะเริ่มขึ้นจากชนชั้นกลางและการปราบปรามก็เป็นไปได้ยากเพราะอย่างว่าคนชั้นกลางไงสุดท้ายนายกรัฐมนตรีก็ลาออกและกษัตริย์ ซึ่งยังจำฉากสุดท้ายของลูกพี่ลูกน้องก็คือพระเจ้าหลุยส์ที่16ได้ก็หนีออกจากฝรั่งเศสไปแบบเงียบๆ

 

สนับสนุนโดย  entaplay slot

ตำนานนางเงือกในคลองบางกอกน้อย กรุงเทพ

สำหรับในพื้นที่บางกอกน้อยที่อยู่ในกรุงเทพมหานครได้เคยมีผู้พบเห็นนางเงือกได้ว่ายน้ำกันอยู่ตลอดคลองบางกอกน้อยเลย ซึ่งมันก็ยังได้มีอยู่หลายจุดเลยที่ได้มีการบอกเล่ากันว่าได้มีการพบเจอนางเงือกและจุดที่สามารถพบเห็นนางเงือกได้นั่นก็คือบริเวณสถานที่ทางรถไปบางกอกน้อยจากนั้นก็ได้มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่ชาวบ้านบางกอกน้อยได้เล่าต่อๆกันมา

ซึ่งถ้าหากว่าวันไหนได้เป็นวันที่มีคืนพระจันทร์เต็มดวงที่แพยายนอมที่อยูในสมัยนั้น ซึ่งได้เป็นท่าแพสำหรับร้านขายยาแผลไทยที่ได้มีชื่อเสียงมากมายที่โด่งดังมากที่สุดในย่านคลองบางกอกน้อยจากนั้นก็ได้มีสิ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นสิ่งประหลาดมันได้เกิดขึ้นที่ท่าแพของยายนอมโดยสิ่งทีทเขาได้ยินกันนั้นมันคือเสียงพูดคุยกันบวกกับมีเสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากส่วนของปลายท่าแพ

ซึ่งมันอาจจะเป็นเสียงที่มันจะไม่ค่อยคุ้นหูกันมากเท่าไหร่ ซึ่งเสียงเขาได้ยินกันนั้นมันได้เป็นเสียงที่ได้มีคนกำลังพูดคุยกันอยู่อย่างเมามันซึ่งมันก็ได้ทำให้ยายนอมนั้นได้เกิดสงสัยและก็ได้ลุกขึ้นออกไปดูว่าเสียงที่ยายนอมนั้นมันมาจากไหนและมันเป็นเสียงใครกันที่ได้ออกมาเล่นน้ำในยามกลางคืนแบบนี้จจากนั้นยายนอมเองแก่ก็ได้เดินขึ้นไปยังที่มาของเสียงหรือตรงจุดท่าแพจากนั้น

สิ่งที่อยู่ตรงน่าที่ยายนอมนั้นได้พบเห็นปรากฏว่าได้เป็นนางเงือกที่มีผมยาวดูสวยซึ่งเขากำลังใช้มือยันพื้นแล้วค่อยๆขึ้นมานั่งส่องกระจกนอกจากนั้นแล้วก็ยังได้เห็นนางเงือกอีกสองตัวที่กำลังจะโพล่ขึ้นมาจากน้ำเช่นเดียวกันหลังจากนั้นก็ได้มีการสันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นนางเงือกพ่อแม่ลูกที่ได้โพล่ขึ้นมานั่งอยู่ตรงแพนอกจากนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่มันจะทำให้ยายนอมนั้น

ต้องตกใจอีกครั้งหนึ่งเมื่อยายนาอมนั้นได้เห็นที่บริเวณขาปรากฏว่าไม่มีขาเหมือนอย่างมนุษย์ซึ่งจะมีแต่เป็นเกล็ดเหมือนปลาที่ปัดไปมาอยู่ในน้ำเหมือนกับว่าได้มีปลาขนาดใหญ่ได้มากระโดนเล่นน้ำไปมา ซึ่งในจุดนั้นที่ยายนอมได้พบเห็นก็เกือบจะทำเอายายนอมนั้นแทบจะคุมสติของตัวเองไม่อยู่กันเลยทีเดียวเมื่อยายนอมนั้น

เขาได้พบภาพที่ได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าจากนั้นยายนอมเองแก่ก็ได้ตะโกนถามไปที่นางเงือกว่าใครกันที่มาเล่นน้ำอยู่ที่หน้าบ้านจากนั้นนางเงือกได้ยินเสียงและได้หันหน้ามาเจอกับยายนอมปรากฏว่านางเงือกนั้นได้มีตาเป็นสีแดงประกายเพชรจากนั้นนางเงือกทั้งสามก็ได้หนีลงน้ำไปอย่างรวดเร็ว

 

สนับสนุนโดย  entaplay

ตำนานความรักเพลงกล่อมยมโลก

      ตำนานที่จะพูดถึงต่อไปนี้เป็นตำนานความรักที่มีการเล่าขานกันมาในสมัยกรีกโบราณที่มีการเอ่ยถึง  ออร์ฟีอุส ชายหนุ่มรูปงามที่เขาไม่ได้มีเพียงความงามเฉพาะหน้าตาเท่านั้นแต่ยังสามารถเล่นดนตรีได้ไพเราะจับใจใครก็ตามที่ได้ยินเสียงดนตรีของเขาต่างก็พากันสงสัยเป็นอย่างมากซึ่งพรสวรรค์ที่เขาได้รับจากการเล่นดนตรีในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่มารดาของเขานั้น

มีการถ่ายทอดมาสู่เขาก็มารดาของเขานี้เป็นนักดนตรีที่สามารถเล่นดนตรีได้ไพเราะจับใจหาใครเทียบได้ยากมากอีกทั้ง ออร์ฟีอุส จะมีพิเศษซึ่งเขานั้นได้รับมาจากเทพเจ้าแห่งการดนตรีนั้นก็คือเทพอพอลโลนั่นเองอย่างไรก็ตาม Office นั้นได้รักกับหญิงงามคนหนึ่งเธอชื่อว่า ยูริดิซี ซึ่งทั้งคู่ได้แต่งงานกันและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเรื่อยมาแต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ยูริดิซี ได้ถูกงูพิษกัดจนเสียชีวิต ทำให้ออร์ฟีอุส  นั้นเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก เขาจึงได้มีความคิดว่าเขาจะเดินทางไปยังยมโลก

เพื่อไปร้องขอเทพเจ้าฮาเดสให้ปล่อยวิญญาณของภรรยาของเขานั้นกลับมาอยู่กับเขาเหมือนเดิมดังนั้นเขาจึงได้เดินทางไปที่ยมโลกและเมื่อไปถึงเขาก็ได้ทำการเล่นดนตรีขับกล่อมให้เทพเจ้าฮาเดสฟังซึ่งแน่นอนว่าด้วยพรสวรรค์ของ ออร์ฟีอุส  และการเล่นดนตรีที่ไพเราะเพราะพริ้งส่งผลทำให้เทพเจ้าฮาเดสนั้นจึงชอบเสียงดนตรีของออร์ฟีอุส 

เป็นอย่างมากซึ่งเขาได้ทำการขอเทพเจ้าฮาเดสต้องการขอวิญญาณของภรรยาของเขาก็คือ ยูริดิซี กลับไปอยู่ด้วยกันที่โลกมนุษย์โดยเทพเจ้าฮาเดสอนุญาตแต่มีข้อแม้ 1 ข้อที่ ออร์ฟีอุส  ข้อที่จะต้องปฏิบัติตามนั่นก็คือหากเทพเจ้าฮาเดสอนุญาตให้วิญญาณของ ยูริดิซี ขึ้นไปใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ได้แล้วแล้วก็ระหว่างที่มีการเดินทางออกจากยมโลกไปนั้น

ห้ามออร์ฟีอุส หันกลับมามองด้านหลังอย่างเด็ดขาดหาก ออร์ฟีอุส หันกลับมามองเมื่อไหร่แล้วแล้วก็วิญญาณของ ยูริดิซี จะไม่สามารถไปที่โลกมนุษย์ได้อีกเลยและจะต้องอยู่ที่ยมโลกไปตลอดกาลซึ่ง  ออร์ฟีอุส  ก็ตอบตกลงทันทีอย่างไรก็ตามในขณะที่  ออร์ฟีอุส กำลังเดินออกไปยังโลกมนุษย์นั้นปรากฏว่าเขาเกิดความอยากรู้ว่าภรรยาของเขานั้นได้เดินตามเข้ามาหรือไม่เขาจึงได้หันหลังกลับไปมองและนี่เองที่ทำให้วิญญาณของภรรยาของเขานั้นไม่สามารถที่จะกลับไปอยู่ที่รถมนุษย์ได้อีกเลย

 

สนับสนุนโดย  rb888