ตำนานโรงเรียนเฮี้ยนที่โคราช

ตำนานโรงเรียนเฮี้ยนที่โคราช

วันนี้เราได้มีเรื่องราวสุดหลอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งมาที่อยู่ในจังหวัดนครราชสีมาหรือจังหวัดโคราชนั่นเองแต่สำหรับเรื่องที่จะเล่าในตอนนี้เราจะไม่ขอบอกชื่อโรงเรียนว่าเป็นโรงเรียนอะไรเพราะเนื่องจากว่ากลัวลูกหลานๆน้องกลัวจนไม่กล้าเข้าไปเรียนกัน

สำหรับเรื่องนี้เราจะมาเล่าเรื่องผีที่อยู่ในโรงเรียนหญิงล้วนที่โคราชเรื่องนี้ผู้อ่านจะต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านให้ดีๆเพราะเรื่องที่เราจะเล่าดังต่อไปนี้มันเป็นเรื่องที่มาจากทางบ้านและเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเป็นข้อมูลจริงหรือว่ามันเป็นเพียงข้อมูลเรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อหลอกเด็กๆที่อยู่ในโรงเรียน

ซึ่งเราอยากจะบอกทุกคนเลยว่าในตำนานหลอนที่อยู่ในโรงเรียนมันมีเรื่องเกือบจะทุกโรงเรียนกันเลยและบางเรื่องมันก็เป็นเรื่องจริงบางเรื่องมันก็เป็นเรื่องที่ไม่จริงเหมือนอย่างสมัยที่เราเรียนมักจะมีเรื่องเกี่ยวกับในห้องน้ำห้องเรียนหรือเรื่องต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาโรงแม่บ้านสุดหลอนห้องเรียนผีสิงหรืออะไรต่างๆมันมีอยู่เยอะมากจึงอยากให้ทุกคนได้ใช้วิจารณญาณอ่านกันให้ดีๆไม่ใช่ว่าจำเรื่องนี้ไปแล้วหลอน

ซึ่งในช่วงที่โรงเรียนหยุดหรือว่าในช่วงปิดเทอมของนักเรียนก็ยังได้มีนักเรียนบางกลุ่มที่มักจะเข้าโรงเรียนมาทำกิจกรรมอยู่บ่อยครั้งในระหว่างที่พวกเขาได้ทำกิจกรรมกันมีเพื่อนคนหนึ่งอยากจะเข้าห้องน้ำจึงได้ชวนเพื่อนหลายๆคนไปเข้าเป็นเพื่อนด้วย

เนื่องจากว่าในช่วงที่โรงเรียนปิดมันค่อนข้างที่จะเงียบและน่ากลัวโดยเธอนั้นกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือว่าเจอเรื่องหลอนๆขึ้นมานั้นเองจึงคิดว่าถ้าเราชวนเพื่อนมากันหลายๆคนมันอาจจะไม่น่ากลัวแต่สิ่งที่นักเรียนคิดมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น

ในระหว่างที่เธอกำลังล้างมือและได้คุยเรื่องงราวต่างๆไปกับเพื่อนด้วยความเคยชินเวลาล้างมือเสร็จก็จะมีการสบัดมือทำให้น้ำกระจายไปทั่วอ้างน้ำอยู่ๆก็ได้ยินเสียงพูดเข้ามาเบาๆจึงได้ทำให้ทุกคนเงียบหูฟังแล้วจับใจความได้ว่าเสียงเสียงนั้นมันเป็นเสียงของแม่บ้าน

นอกจากนี้เสียงนั้นที่พวกเขาได้ยินกันได้พูดว่าหนูล้างมือให้ดีๆหน่อยอย่าสบัดน้ำมันโดนลูกของป้าทุกคนต่างก็ตกใจแล้วหันมามองหน้ากันในวันนั้นเป็นวันที่โรงเรียนปิดเทอมและไม่มีใครมาทำงานมันจะเป็นเสียงของใครกันทุกๆคนต่างก็ได้พากันวิ่งหนีออกจากห้องน้ำแห่งนี้โดยที่ไม่หันกลับมามองที่มาของเสียงเหล่านั้นอีกเลย

ซึ่งเสียงที่เด็กๆที่ได้ยินกันได้เป็นเสียงของแม่บ้านคนหนึ่งที่เขามีลูกและลูกของเขานั้นได้เสียชีวิตว่ากันว่าลูกของป้าแม่บ้านมักจะชอบนั่งอยู่บนอ่างล้างหน้านี้อยู่เป็นประจำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950

เรื่องเล่าค่าย รด.สยองขวัญ จ.ศรีสะเกษ

ค่าย รด. สยองขวัญ เราเชื่อว่าหลายๆคนที่ได้เคยผ่านช่วงชีวิตในวัยมัธยมเคยเข้าค่ายที่โรงเรียนมาอาจจะเป็นการแข่งศิลปะบ้างเข้าค่ายซ้อมกีฬาบ้างเข้าค่ายลูกเสือล้างหรือแม้กระทั่งค่าย รด. ที่เรากำลังจะกล่าวถึงนี้

เมื่อพูดถึงค่าย รด. หลายๆคนอาจจะคิดว่าจะต้องไปฝึกแต่ที่เขาชนไก่แต่เราได้ฝึกอยู่ที่โรงเรียนในตัวจังหวัดแน่นอนว่ามีช่วงเวลากลางวันโรงเรียนทีเป็นสถานที่ที่เราเรียนนั้นมันอาจจะไม่น่ากลัวมากเท่าไหร่เพราะด้วยบรรยากาศของช่วงเวลาบวกกับผู้คนมากมายที่เราได้คุ้นเคยแล้วมันเลยทำเหมือนในที่ที่เราเคยชินในการใช้ชีวิตมากกว่าต่างจากเวลากลางคืนที่ไม่ค่อยมีผู้คนบวกกับความมือที่ปกคลุม

นอกจากจะสร้างบรรยากาศให้น่ากลัวขึ้นแล้วยังมีอิทธิพลต่อเรื่องเล่าที่หน้าขนหัวลุกของโรงเรียนที่เล่าในตอนกลางวันเป็นอย่างมากเพราะบางเรื่องในขณะที่เล่ากันในตอนกลางวันยังชวนให้ขนหัวลุกเลยแล้วถ้าเอามาเล่าในสถานที่จริงในช่วงเวลากลางคืน

เรื่องเล่านั้นมันคงเหมือนกับชีวิตจริงที่อยู่ในเหตุการณ์เลนทีเดียวผมได้อยู่จังหวัดศีรสะเกษการเข้าค่าย รด.ของผมครั้งนี้มันได้ยาวนานถึง12วัน11คืนและมันเป็นการเข้าค่ายที่จะต้องไปค้างแรมที่โรงเรียนอื่น

ซึ่งแน่นอนแล้วว่ามันจะต้องมีเรื่องรวงอะไรที่เกี่ยวข้องสถานที่ที่เราไม่รู้แน่ๆโดยโรงเรียนนั้นก้อยุ๋ตำบลอื่นในจังหวัดศรีสะเกษนั่นเอง

โดยวันแรกของการเข้าค่ายมันก็จะมีอะไรที่น่าตื่นเต้นอีกหน่อยในภาคกลางวันตั้งแต่ลงรถก็ถูกครูฝึกให้ปลดเป้และเทออกอย่างรวดเร็วเพื่อทำการตรวจสอบสัมภาระที่อยู่ด้านในรวมไปถึงของต้องห้ามในที่นี้ด้วยอย่างเช่นโทรศัพท์มือถือและบุหรี่เป็นต้น

นอกจากนี้ในวันแรกของการเข้าค่ายมันก็จะหนักหน่อยเพราะแต่ละคนจะเคยชินแต่ความสุขความสบายกับการใช้ชีวิตจากทางบ้านมาพอสมควรกว่าจะปรับตัวเข้าได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยเป็นอย่างต่ำไหนจะต้องฝึกทุกวันและตื่นแต่เช้าเข้านอนเร็วทำอะไรที่มันจะต้องอยู่ในกรดเกณฑ์อีกสาระพัด

ซึ่งแน่นอนเด็กน้อยหลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเหมือนกิจกรรมที่ไม่ได้อะไรเลยในชีวิตการฝึกในช่วงบ่ายได้เสร็จสิ้นลงพร้อมกับฝนที่เทลงมาอีกห่าใหญ่จึงทำให้พื้นที่ของดินนั้นได้กลายเป็นโครนจนหมด

สำหรับพวกผมคงคิดว่ามันดีมากมันจะได้ไม่ต้องฝึกอีกแต่สำหรับครูฝึกแล้วคงคิดว่าเหมาะแก่การลงโทษนักศึกษาวิชาทหารยิ่งนักหลังจากนั้นมันก็เป็นไปตามที่คาดเอาไว้

 

สนับสนุนโดย  betbb

ผีกระสือมีตัวตนอยู่บนโลกหรือเปล่า?

สำหรับผีกระสือมันได้เป็นหนึ่งในตำนานที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านานตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าเราที่เขาบอกว่าในช่วงเวลากลางคืนในต่างจังหวัดอย่าได้ออกไปไหนมาไหนในช่วงตอนกลางคืนเพราะอาจจะถูกผีกระสือเข้ามาหลอกหลอนหรือมาไล่ได้

ถ้าหากว่าไปเจอผีกระสือในตอนกลางคืนอย่าได้ไปทักเป็นอันขาดเพราะไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะถูกผีกระสือตามกลับไปยังบ้านเลยก็ว่าได้

ซึ่งตรงนี้มันก็เป็นความเชื่อที่คนโบราณเขาได้เชื่อกันแล้วพอเราได้ทำการหาข้อมูลไปแล้วเรื่อยๆปรากฏว่าเราได้ไปเจอข้อมูลอยู่หนึ่งอย่างที่หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้และข้อมูลตรงนี้สามารถยืนยันได้เลยว่าผีกระสือมันอาจจะมีตัวตนจริงๆบนโลกก็ได้

สำหรับเรื่องตำนานของผีกระสือเวลาที่เราพูดถึงกันส่วนใหญ่เราก็จะนึกถึงภาพในลักษณะของผีที่มันสามารถถอดหัวออกจากร่างได้ในตอนกลางวันมันจะเป็นลักษณะคล้ายกับคนธรรมดาที่เป็นผู้หญิงแต่จะมีอุปนิสัยใจคอที่ที่ไม่ยุ่งกับใครและจะมีอาการคล้ายกับคนป่วยอยู่ตลอดเวลาพอเวลาตกกลางคืนไปแล้วคนคนนั้นจะสามารถถอดหัวออกมาจากร่างกายและจะออกหากินในตอนกลางคืน

โดยลักษณะที่เราได้พูดถึงตรงจุดนี้มาไม่ได้ถอดเฉพาะแค่ส่วนหัวออกมาแต่ลักษณะของตัวที่ถอดออกมานั้นมันจะมีอวัยวะภายในไม่ว่าจะเป็นหัวใจปอดหัวใจลำไส้หรืออะไรต่างๆได้หลุดติดออกมาแล้วเครื่องในเหล่านั้นมันก็ได้ส่องแสงออกมาให้เราได้เห็นในลักษณะสีเขียวหรือสีแดงได้อีกด้วย

ซึ่งตามหลักความเชื่อของผีกระสือคนส่วนใหญ่เขาจะเชื่อกันว่าอาหารที่ผีกระสือชอบกินนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นซากสัตว์กบเขียดหรือเครื่องในต่างๆที่เป็นของสดว่ากันว่าได้มีอยู่หลายๆครั้งที่ชาวบ้านได้เลี้ยงสัตว์เล็กสัตว์น้อยไม่ว่าจะเป็นไก่ลูกหมูหรือสัตว์อะไรก็แล้วแต่พอเขาได้เห็นแสงไฟสีเขียวหรือสีแดงกระพริบๆลอยขึ้นลอยลงอยู่บริเวณบ้านในตอนกลางคืน

เมื่อพวกเขาได้ตื่นเช้ามาสัตว์ที่เขาได้เลี้ยงกันเอาไว้มันก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยและที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือมันไม่ใช่เฉพาะแค่สัตว์เล็กสัตว์น้อยแต่อย่างสัตว์ใหญ่อย่างวัวกับควายก็เคยมีกรณ๊ที่ว่าพอได้เห็นแสงไฟสีเขียวหรือสีฟ้าลอยบินต่ำบินสูงสลับกันไปมาพอตื่นเช้ามาวัวกับควายที่ชาวบ้านได้เลี้ยงเอาไว้นั้นก็ถูกฆ่าและได้นำเอาอวัยวะภายในเอาออกไปนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่าอันไหนดี

เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับกล้องถ่ายรูป

ในปัจจุบันนี้จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีกล้องถ่ายรูปนั้นเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวไกลอีกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะทุกวันนี้กล้องทุกๆตัวมักจะมีเอไอที่คอยบอกลักษณะของภาพต่างๆที่เราถ่าย โดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องปรับอะไรเลยก็สามารถถ่ายรูปออกมาได้อย่างคมชัดและสวยงามเลยที่เดียว แต่ถ้าหากใครที่ชอบการใช้เทคโนโลยีกล้องที่มันต้องปรับตั้งค่าต่างๆนั้นมันก็มีระบบที่สามรถทำให้เราพอปรับกล้องออกมาแล้วนั้นเราสามรถถ่ายได้ในระยะที่ไกลขึ้น และคมชัดมากยิ่งขึ้น สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยๆได้ ถ่ายในขณะที่เราวิ่งยังได้เลยโดยที่ภาพของเรานั้นไม่สั่นหรือเสียหายเลยที่เดียว

และจะบอกว่าเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับกล้องนั้นไม่ได้เพียงแค่พัฒนากล้องถ่ายรูปอย่างเดียวนะคะ ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า โดรนมาอีกด้วย โดรนนั้นเป็นอุปกรณ์ถ่ายรูปมุมสูง ซึ่งถ้าหากเราอยากจะใช้งานหรือต้องการจะถ่ายนั้น เราจะต้องปล่อยโดรนหรือบังคับให้โดรนนั้นบินขึ้นไปสูงๆเท่าทีเราต้องการแล้วถ่ายภาพมุมสูงได้อย่างดีเลยที่เดียว

ซึ่งโดรนนั้นส่วนใหญ่แล้วกลุ่มคนที่มักจะซื้อมาใช้ก็มักจะเป็นคนที่ทำงานเกี่ยวกับถ่ายภาพ เกี่ยวกับหนัง หรือละคร เพราะมันสามารถบินถ่ายในมุมสูงได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะบอกได้เลยว่าเทคโนโลยีด้านกล้องก็ได้พัฒนาให้ก้าวล้ำก็เพื่อสนองต่อความต้องการของมนุษย์นั้นเอง และยังไม่หมดเพียงทำนี้นะคะสำหรับเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับกล้อง

ยังมีของที่ใช้สำหรับคนที่เป็นช่างภาพมืออาชีพ นั้นก็คือขาตั้งกล้องแบบพกพา นี้ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรม เพราะเวลาที่เราเดินถ่ายรูปนั้นมันจะไม่ทำให้วิดีโอของเรานั้นเสีย แต่ทางกลับกันวิดีโอของเรามันจะนิ่งมากจนน่าเหลือเชื่อเลยทีเดียว ซึ่งมันมีประโยชน์มากๆสำหรับยูทูปเบอร์  และยังมีเทคโนโลยีอื่นอีกหลายๆอย่าง เช่น ไมค์ที่เอาไว้ติดกับกล้องเวลาถ่ายวิดีโอในที่ ที่เสียงดังจะได้

ได้ยินเสียงตัวเองขณะถ่ายวิดีโอ และสำหรับใครที่สนใจที่จะซื้อกล้อง หรือสนใจในอุปกรณ์นั้นก็ถือว่าเป็นการดีที่จะซื้อ เพราะเทคโนโลยีกล้องในปัจจุบันนี้คุ้มค่าแก่การซื้อ เพราะกล้องได้มาตรฐาน และยังได้เทคโนโลยีที่อยู่ในกล้องที่ล้ำมากขึ้น และใช้งานได้ดีขึ้น และสะดวกขึ้น สามรถทำได้หลายอย่าง ที่ไม่ใช่ถ่ายแค่รูปได้อย่างเดียว

แต่กลับทำได้หลายอย่างเลย เช่นอัดวิดีโอ ถ่ายรูป เป็นต้น และอยากจะฝากถึงคนที่จะซื้อกล้องคือต้องหาร้านที่เราสามารถไว้ใจได้ด้วยนะคะ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  v9bet

นายปรีดี พนมยงค์ คนสำคัญของโลก

ในช่วงเวลา50ปีที่ผ่านมาหรือกว่านั้น นายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเป็นทั้งนักปฏิวัติ ปัญญาชน รัฐบุรุษและผู้ลี้ภัยทางการเมืองมีบทบาทอันสำคัญแต่ก็เป็นบทบาทที่ยังมีความเห็นขัดแย้งกันอยู่ในวงการเมืองของประเทศไทย

เขาได้ถือกำหนดเมื่อปี2443และเริ่มเด่นขึ้นมาในฐานะนักเรียนกฎหมายที่ชาญฉลาดได้ทุนเล่าเรียนหลวงไปศึกษาต่อกรุงปารีสในช่วงนั้นเองเขาได้กลายเป็นผู้นำทางความคิดของนักเรียนไทยกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง

ซึ่งต่อมากลายเป็นผู้ก่อตั้งคณะราษฎรขึ้นในปี2475คณะราษฎรได้ล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และนายปรีดีเป็นผู้ที่รับผิดชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศไทยขึ้นมาในโอกาสครบรอบ50ปีของการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยขึ้น ในประเทศไทยเมื่อปีกลาย

นายปรีดี ได้ให้สัมภาษณ์บีบีซี โดนตอนหนึ่งได้พูดถึงความหมายของคำว่าประชาธิปไตยคืออะไรมันคือ “ระบบปกครองที่ถือมติปวงชนเป็นใหญ่ ปวงชนแสดงมติโดยวิธีประชามติอย่างหนึ่งอีกอย่างหนึ่งปวงชนแสดงมติโดยผ่านรัฐสภา

ซึ่งสมาชิกทุกคนของรัฐสภาเป็นผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากราษฎรสำหรับประเทศไทยที่มีพลเมืองมากนั้นก็ควรถือวิธีที่สองเป็นหลักประกอบด้วยวิธีที่หนึ่งในบางกรณี” แต่ความคิดของนายปีดีนั้นก้าวไกลกว่าบรรดาสมาชิกส่วนใหญ่ในคณะราษฎร

ในปี2476เขาร่างแผนการปฏิรูประบบเศรษฐกิจของประเทศไทยขึ้นมาเสียใหม่และแผนการนี้เองทำให้เขากลายเป็นเป้าของความขัดแย้งถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์และต้องออกไปอยู่ต่างประเทศต่อมาได้มีการทำรัฐประหารและนายปรีดีได้กลับกรุงเทพมหานครหวนสู่วงการเมืองอีกครั้งหนึ่ง

คราวนี้ได้เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย รัฐมนตรีต่างประเทศ และรัฐมนตรีคลัง ตามลำดับในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่2ขณะที่ได้ดำรงตำแหน่งอยู่นั้น นายปรีดี พนมยงค์ก็มุ่งมั่นพยายามที่จะปรับปรุงระบบราชการของไทยให้ทันสมัยและเป็นประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติโดยส่วนรวมแต่ความคิดของเขาทำให้เกิดการชิงดีชิงเด่นกันขึ้นมาภายในคณะราษฎรอันมีสมาชิดส่วนใหญ่เป็นทหารภายใต้การนำของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม 

ซึ่งต่อมาก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อได้เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้นความแตกแยกระหว่างบุคคลทั้งสองนี้ก็เห็นชัดขึ้น

เมื่อจอมพล ป. พิบูลสงคราม ตัดสินใจร่วมมือกับญี่ปุ่นและประกาศสงครามกับสหรัฐและอังกฤษนายปรีดี พนมยงค์ได้ถูกปลดจากคณะรัฐมนตรีและตั้งให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เขาได้ใช้ตำแหน่งนี้ให้เป็นประโยชน์โดยจัดตั้งขบวนการเสรีไทยขึ้น

ดังนั้นเมื่อญี่ปุ่นได้แพ้สงครามเขาก็กลับมามีอำนาจอีกและได้ลบล้างมลทินของประเทศไทยในฐานะผู้ร่วมมือกับญี่ปุ่นไปได้แต่ช่วงแห่งความมีชัยนั้นสั้นพอนายปรีดีได้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี2489ก็เกิดกรณีสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลขึ้นและคดีนี้ก็ยังเป็นคดีปริศนาอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้

ยุคของเรอเนซองส์เป็นอย่างไรกัน?

นอกจากนี้การที่จะขยายตัวของอารยธรรมของอิสลามก็เข้าไปสู่แอฟริกามีอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นมากมายในแถบซาฮารานอกจากนี้ยังได้มีการค้าขายกับจีนอีกด้วยทางตะวันออกไปอีกคือจีน

ซึ่งก็เป็นเรื่องราวของเขาเองไปอีกทางหนึ่งใน1พันปีก็ได้มีราชวงศ์เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปเรื่อยๆมีราชวงศ์ที่อยูปกครองถึง300ปีแล้วก็ได้มีช่วงที่แตกแยกวุ่นวายตามสไตล์จีนอย่างไรก็ตามจีนก็เป็นจีนไปความเจริญรุ่งเรืองสลับกับวุ่นวายตกต่ำและต่อสู้กับพวกชนเผ่านอกกำแพงอยู่ตลอดจนแพ้และได้ถูกมองโกลเข้าปกครองในช่วง ค.ศ.1200แล้วราชวงศ์มองโกลก็ได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้จีนเพิ่มขึ้นไปเราแค่อยากจะย้ำว่ายุคของเรอเนซองส์นี้แม้ว่าจะมีความสำคัญมากแต่ก็ไม่ใช่ทางทั้งหมดของประวัติศาสตร์โลกอีกอย่างหนึ่งก็คือความสพคัญของยุคเรอเนซองส์ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างหนักในหมู่นักประวัติศาสตร์

เพราะว่าถ้าได้ศึกษากันลงไปแบบลึกๆจะพบว่าปรากฎการณ์เรอเนซองส์นี่ไม่ได้เกิดขึ้นที่อิตาลีเป็นที่แทรกเพราะว่ายังได้มีอีกหนึ่งสิ่งที่เรียกว่า คาโรลินเจียนเรอเนซองส์ในศตวรรษที่8 และ ออตโตเนียน เรอเนซองส์ ในศตวรรษที่11

นอกจากนี้ก่อนหน้าขอยุคเรอเนซองส์ที่เราได้เรียกยุคนั้นว่า “ยุคกลาง” คือช่วงเวลาประมาณศตวรรษที่5ถึงศตวรรษที่15เป็นยุคหลังจากที่อาณาจักรโรมัมนตะวันตก ได้ล่มสลายลง ระบบระเบียบการปกครองแบบอาณาจักรโรมันล่มสลายประชาชนไม่ได้รับการคุ้มครองจากจักรวรรดิอีกต่อไป

จึงจำเป็นที่จะต้องหันหน้าเข้าหาเหล้านักรบหรือว่าเจ้าขุนมูลนายเข้าสู่ยุคศักดินาเอาแรงงานเข้าแลกกับความคุ้มครองของมูลนายหรือว่าขุนนางศึกได้เกิดระบบทาสติดที่ดินที่ทำงานแลกความคุ้มครองไปจนตายคุณภาพชีวิตค่อนข้างแย่คริสตจักรมีอิทธิพลสูงและร่ำรวยมีการทำสงครามศาสนาคือสงครามครูเสดนั่นเอง

การศึกษาได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะในหมู่ชนชั้นสูงและศาสนาจักรคนส่วนมากไม่รู้หนงสือศิลปะและวิทยาศาสตร์ปรัชญา แนวคิด สถาปัตยกรรมที่เคยเฟื่องฟูในยุคจักรวรรดิโรมันก็สูญหายไปหรือไม่ก็ถูกเก็บไว้ในโบสถ์และถูกลืมไปในที่สุด

เนื่องจากอำนาจที่ได้กำหนดชีวิตคนก็คือศาสนจักรความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวผิดจากนั้นถือว่านอกรีตมีความผิดทั้งหมดความศักดิ์ของศาสนาจักรคือที่สุดมนุษย์มีชีวิตอยู่เพื่อรับใช้พระเจ้าผ่านทางศาสนจักรและมุ่งหวังชีวิตอมตะกับพระผู้เป็นเจ้าหลังความตาย

ซึ่งเรอเนซองส์จึงหมายถึงช่วงเวลาที่มีการรื้อฟื้นศิลปะและวิทยาการต่างๆกลับคืนมาก็คือการนำเอาองค์ความรู้ต่างๆในช่วงก่อนยุคกลางก็คือช่วงของที่อาณาจักรกรีกโบราณและโรมันรุ่งเรืองหรือยุคคลาสสิค

Johanna Van Gogh

แวนโก๊ะ เป็นบุคคลทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของศิลปะไปทั่วโลกหลังจากชีวิตของแวนโก๊ะแล้วนั้นมีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมายและหลังจากที่แวนโก๊ะเสียชีวิตไปแล้วในปี 1890  ด้วยอายุ 37 ปีและตอนนั้นผลงานทางด้านศิลปะที่แวนโก๊ะนั้นได้สร้างสรรค์ไว้ก่อนที่เขานั้นจะเสียชีวิตยังไม่ได้เป็นผลงานที่ได้รับความนิยมและยังไม่ได้โด่งดั่งเท่าในปัจจุบัน

แต่ในปัจจุบันนี้นั้นแวนโก๊ะถือว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียงและโดงมากพูดได้ว่าถ้าหากพูดชื่อแวนโก๊ะแล้วนั้น น้อยคนมากที่จะไม่รู้จัก สิ่งที่ทำให้เรานั้นรู้จักแวนโก๊ะหรือคนทั้งโลกนั้นรู้จักแวนโก๊ะก็น่าจะเกิดมาจากสิ่งที่แวนโก๊ะนั้นได้สร้างสรรค์โดยการเล่าเรื่องราวของตนเองนั้นผ่านผลงานทางศิลปะที่เขานั้นได้สร้างสรรค์ไว้นั่นเอง

โดยผลงานในการสร้างสรรค์ต่างๆของแวนโก๊ะ ถือว่าเป็นผลงานที่มีความแปลกใหม่และแตกต่างจากผลงานศิลปะอื่นๆทั่วไปมีความน่าสนใจ เพราะโดยส่วนใหญ่งานที่มีการสร้างสรรค์จากฝีมือของแวนโก๊ะนั้น ผลงานล้วนเป็นสิ่งที่เขานั้นเอาความรู้สึกที่แท้จริงของเขาเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์และถ่ายทอดออกมา ต่อมาสิ่งที่แวนโก๊ะได้สร้างสรรคืและถ่ายทอดออกมานั้นจึงป็นสิ่งที่เป็นต้นทางของศิลปะรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า Expressionism และถือว่าผลงานของแวนโก๊ะนั้นเป็นผลงานที่มีความแข็งแรงและสามารถเป็นต้นแบบในด้านศิลปะให้กับใครหลายๆคนในวงการศิลปะได้ด้วย 

แต่ในอดีตนั้นรูปแบบการสร้างสรรค์ของแวนโก๊ะที่มีการสร้างสรรค์ออกาผ่านงานศิลปะนั้นยังไม่ได้เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยม แต่เมื่อผลงานของเขานั้นได้รับการรู้จักและชื่นชมจากผู้คนมากขึ้น ก็ทำให้ผลงานของเขานั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากจะชื่นชมและดู และถือว่าผลงานของแวนโก๊ะนั้นเป็นสิ่งที่สามารถสร้างมูลค่าได้อย่างมากมายเลยทีเดียว

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากมิวเซียมใดบนโลกนี้มีผลงานที่แสนโก๊ะนั้นได้สร้างสรรค์ไว้ในมิวเซียม มิวเซียมนั้นก็จะได้รับความนิยมในการเข้าชมอย่างมาก เพราะทุกคนก็อยากที่จะดูและได้ชื่นชมผลงานของแวนโก๊ะนั่นเอง และเมื่อมีคนต่างก็ไปชื่นชมผลงานในมิวเซียมต่างๆนั้นก็จพทำห้มิวเซียมสามารถขายของชำร่วยหรือของที่เป็นที่ระลึกเกี่ยวกับแวนกะได้จำนวนมาก

ดังนั้นแล้วถึงแม้ผลงานของแวนโก๊ะที่แวนโก๊ะได้สร้างสรรค์ไว้นั้น จะมีมูลค่าสูงมากและเป็นงานศิลปะที่สามารถหาซื้อได้ยาก ก้เป็นสิ่งที่ถือว่าคุ้มค่าในการลงทุนของมิวเซียมหรือนิทรรศการที่มีการโชว์ผลงานในการสร้างสรรค์ของแวนโก๊ะนั่นเอง

ถึงแม้ว่าในขณะที่แวนโก๊ะยังมีชีวิตอยู่นั้นสิ่งที่เขานั้นตั้งใจสร้างสรรค์จะไม่ได้รับการเหลียวแลแต่เมื่อเขานั้นเสียชีวิตไปแล้วก็ทำให้เกิดการขุดคุ้นเรื่องของเขาและทำให้ผลงานที่เขาสร้างสรรค์มาทั้งชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมขึ้นมา นั่นหมายถึงว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่แนโก๊ะตั้งใจและสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้คนทั้งโลกได้สัมผัสกับศิลปะในรูปแบบใหม่ๆนั่นเอง จนแวนโก๊ะนั้นกลายเป็นตำนานแห่งศิลปะมาจนถึงปัจจุบัน

 

 

สนับสนุนโดย  bk8

นายปรีดี พนมยงค์ ถึงไม่มีอยู่ในชื่อประวัติศาสตร์

หลังการลี้ภัยการเมืองไปยังต่างประเทศเกือบครึ่งชีวิต พฤษภาคม 2529 ปรีดี พนมยงค์ มีโอกาศกลับสู่แผ่นดินเกิดเป็นครั้งแรก

แม้เมื่อได้สิ้นชีวิตไปแล้วแต่สถานะและบทบาทของรัฐบุรุษอาวุโสผู้นี้ยังเป็นที่ถกเถียงระหว่างกลุ่มต่างๆในสังคมไทยบ้างก็เห็นว่าเขาคือผู้ก่อประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่แก่ประเทศชาติทั้งเป็นกำลังหลักของคณะราษฎรผู้เสี่ยงชีวิตเพื่อแลกระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี2475คิดเค้าโครงเศรษฐกิจที่มีเป้าหมายเพื่อคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริงและเป็นผู้นำกระบวนการเสรีไทยช่วยประเทศไทยให้พ้นสถานะผู้แพ้ในมหาสงครามโลกครั้งที่2

แต่ทว่าอีกกลุ่มกลับเชื่อว่าบุรุษผู้นี้มุ่งร้ายต่อประเทศนิยมลิทธิคอมมิวนิสต์และที่สำคัญได้อยู่เบี้องหลังเหตุการณ์สวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่8

เหตุใดที่ ปรีดี พนมยงค์ จึงได้เป็นชื่อที่หลายคนเคารพเทิดทูนขณะที่หลายคนชิงชังรังเกียจเหตุใดเหตุการณ์สำคัญของชาติที่เข้าได้เข้าไปเกี่ยวข้องจึงแทบไม่ไปปรากฏในหลักสูตรการศึกษาเหตุใดหลายคนจึงต้องการลบชื่อนี้ออกจากประวัติศาสตร์และเหตุใดเขาจึงกลายไปเป็นบุคคลที่รัฐบาลแทบทุกยุคสมัยพยายามที่จะลืมมันโดยตลอด

กล่าวได้ว่าโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญยิ่งอีกครั้งหนึ่งนับตั้งแต่พุทธศักราช2400เปนต้นมา

ระบบเศรษฐกิจแบบเก่าถูกโค้นล้มการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบระบบเศรษฐกิจทั้งทุนนิยมและสังคมนิยมคือพลังใหม่ที่เติบโตขึ้นทดแทนอย่างรวดเร็วคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ

ทว่าพลังอันแข็งแกร่งของมันค่อยๆกวาดกลืนโลกเก่าไปตามกฎธรรมชาติไม่เว้นแม้แต่สยามประเทศที่เคยสุขสงบมาเนินนานกิจกรรมทางวัฒนธรรมภายในวงศ์เจ้านายชั้นสูงดำเนินไปอย่างคึกคักนับตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าวงศ์เจ้านายชั้นสูงจำนวนมากต่างก็มีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนเช่นการเล่นโขนนครหรือการสะสมของเก่า

เมื่อวงศ์เหล่านี้นิยมกิจกรรมชนิดใดเจ้านายชั้นล่างก็จะดำเนินตามอย่างคึกคักลิทธิล่าอาณานิคมที่ได้แผ่อิทธิพลมาถึงทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเริ่มปฏิรูปสยาม

โดยรวบอำนาจที่เคยอยู่ในมือขุนนางและเจ้าเมืองเข้าสู่ส่วนกลางส่งผลทำให้เวลากว่า40ปีนับจากพุทธศักราช2435เป็นช่วงที่อำนาจถูกปกครองรวมศูนย์เข้าสู่ราชสํานักส่วนกลางมากที่สุดในประวัติศาสตร์สยามในการนี้กลไกลที่ราชสำนักใช้สะกดขุนนางข้าราชการอย่างได้ผลคือการเน้นความสำคัฐของชาติกำเนิดและความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์

กระทั่งกล่าวได้ว่าวงศ์เจ้านายในกรุงเทพมหานครคือศูนย์กลางทั้งทางเศรษฐกิจการเมืองและวัฒนธรรมของบ้านเมืองในยุคนั้น

สถิติหนี้สินของเกษตรกรสยามซึ่งได้สำรวจเมื่อปี2473ถึง2474นี้สะท้อนความขัดสนของเกษตรกรได้เป็นอย่างดีนอกจากภัยธรรมชาติและโจรผู้ร้ายที่มีอย่างชุกซุมแล้วภาษีอากรรูปแบบต่างๆแรงทั้งบังคับเกณฑ์แรงงานนับว่าเป็นมูลเหตุที่สำคัญแห่งความขัดสน

 

สนับสนุนโดย  ทาง เข้า dewabet

ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำสมัยในหลวงรัชกาลที่7ปี1925

ซึ่งในยุคสยามนั้นเมื่อต้องพึ่งตนเองและไม่มีสวัสดิการใดๆถ้าเศรษฐกิจไม่ดีราคาพืชตกต่ำ หรือ โดนภัยธรรมชาติเล่นงานสิ่งที่ทำได้ก็มีแค่ต้องพยายามอดออมมากขึ้นหางานอื่นทำไปด้วยชาวนานที่เดือดร้อนส่วนใหญ่จะต้องนำเอาลูกหลานไปฝากเป็นแรงงานตามบ้านคนรวย

เพื่อขอกู้เงินมาทำนาหรือไม่อย่างนั้นก็กลายเป็นอาชญากรไปเลยนี่แหละชีวิตที่ต่อรองอะไรกับใครไม่ได้อยากเปลี่ยนแปลงจะต้องถวายฎีกาเท่านั้น

ฎีกาส่วนใหญ่ที่ปรากฏก็จะเป็นเรื่องไม่มีที่ดินทำกินและที่มากที่สุดก็คือการขอลดหย่อนอากรค่านาประโยคสุดฮิตก็คือ การเรียกพวกเจ้าของที่ดินว่าเป็นผู้ทำนาบนหลังคนหลายฎีกาที่เขียนแสดงให้เห็นว่าสมัยนั้นก็มีปัญญาชนท้องถิ่นได้เขียนเพื่อช่วยหาทางออก เช่น อยากให้มีกองทุนกู้ยืมไปทำนา ขอให้ปรับปรุงชลประทานขอให้หาทางขายข้าวต่างประเทศเพิ่มอีกจะได้ราคาข้างดีๆบางคนก็ไปไกลถึงขั้นชี้แจงว่ารัฐต้องซื้อข้าวชาวนาทั้งหมด

เพื่อเป็นการรับประกันให้ชาวนามีเงินทุนหมุนเวียนคิดไปคิดมาแล้วก็เหมือนคุ้นๆกับในสมัยนี้เราก็คงจะเรียกว่าประกันราคาข้าวหรือจำนำข้างแน่ๆเลย

ถ้ารัฐไม่มีเงินบางคนก็บอกให้ออกใบบอนด์แบบเปลี่ยนมือผู้ถือได้ที่ทุกวันนี้เรียกว่าหุ้นกู้ก็คือต้องการให้รัฐนั้นกู้เงินจากราษฎรและจ่ายดอกเบี้ยให้ถือว่าก้าวหน้ามากๆ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการขอให้แทรกแซงตลาด

ซึ่งผู้ปกครองสยามมองมุมเศรษญกิจแบบเสรีมากกว่าเมื่อต้องการขัดกันเสียงเรียกร้องเหล่านี้ก็ถูกเก็บเข้าลิ้นชักไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์เฉยๆ

ในหลวงรัชกาลที่7ทรงขึ้นครองราชย์ก่อนภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกเพียงไม่กี่ปี ทรงขึ้นครองราชย์ในปี1925The Great Depression เริ่มต้นประมาณปี1929 พระองค์ตระหนักในวิกฤตเศรษฐกิจโลกและความเดือนร้อนของประชาชนทรงลดภาษีอากรนาถึง20%เป็นเวลาหนึ่งปีและเปลี่ยนไปขึ้นภาษีที่เก็บจากชนชั้นกลางแทน เช่น ภาษีรายได้ภาษีจากเงินเดือดหรือค่าจ้างเก็บภาษีบ้านภาษีที่ดินแต่ผู้ที่มีรายได้จากอสังหาริมทรัพย์เป็นเจ้าของธุรกิจการค้ากลับได้ผลกระทบน้อยสุด คนชั้นสูง เจ้านาย ขุนนาง พ่อค้าชาวต่างชาติกลับได้รับผลกระทบน้อย

ผลกระทบที่เป็นโดมิโนกลับไปโดนชนชั้นกลางอาชีพราชการที่เคยมั่นคงก็ไม่มั่งคงเพราะเริ่มมีการปรับลดข้าราชการชั้นกลางและล่างมากขึ้นการที่รัฐบาลในตอนนั้นพยายามปรับดุลการคลัง

โดยลดรายได้ของข้าราชการลงนี้ถือเป็นเรื่องที่ใหญ่มากถึงขั้นที่ว่า พระองค์เจ้าบวรเดช เสนาบดีกระทรวงกลาโหมทรงลาออกจากตำแหน่งในช่วงกลางปี พ.ศ.2474

ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนสาเหตุเป็นเพราะท่านรู้สึกเสียหน้าที่ไม่สามารถเลื่อนขั้นและขึ้นเงินเดือนให้นายทหารจำนวน90นายได้ความขัดแย้งนี้ทำให้พระองค์เจ้าบวรเดช ถึงกับถูกเพ่งเล็งว่าจะตัดสินใจอะไรที่เป็นภัยกับระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เลยหรือไม่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  nowbet

ศิลปะบำบัด

สำหรับคำว่าศิลปะนั้นถือได้ว่าอยู่คู่กับเรามาอย่างยาวนาน และนอกจากนั้นยังมีองค์ประกอบที่เป็นต้นกำเนิดอยู่ 2 อย่างด้วยกัน ได้แก่ จุดและเส้น โดยสมัยโบราณนั้นจะเห็นได้ว่าตามผนังในถ้ำจะมีการขีดเขียนเป็นรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป้นเรื่องราวหรือสัตว์ก็ตาม

โดยส่วนใหญ่ก้จะเห็นเป็นแนวการบูชาหรือเรื่องราวๆต่างๆเต็มไปหมด ดังนั้นจะเห็นได้วิ่ลปะในยุคนั้นมันจะเป็นสิ่งทีมาพร้อมกับธรรมชาติของเรานี่เอง และนอกจากนั้นเรื่องราวเหล่านี้ก็จะมาคู่กับเราตั้งแต่เกิดจนสิ้นอายุไขของเรา

แต่อันที่จริงแล้วก็น่าเสียดายอยู่นะ ที่ในปัจจุบันการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่นี้ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะสักเท่าไหร่ เพราะว่าเราล้วนใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นการวุ่นวาย โดยในแต่ละวันก็จะหมดไปกับการทำการทำงานต่างๆ โดยที่ไม่ได้สนใจศิลปะหรือแม้แต่ธรรมชาติกันเลย

มีคำหนึ่งคำที่ได้พูดเอาไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ ศาสนา หรือแม้แต่ธรรมชาติก็ตาม ทุกอย่างที่เอ่ยมานั้นล้วนแล้วแต่สำคัญ หรือมันแทบจะกลมกลืนเป็นสิ่งเดียวกันเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงทำให้เกิดแนวคิดที่จะนำมาเป็นการบำบัดนั่นเอง

สำหรับศิลปะบำบัดนั้นไม่ค่อยนิยมกับคนไทยของเราเท่าไหร่นัก ซึ่งทางแทบของยุโรปอย่างเช่นชาวเยอรมันนั้นนิยมและได้ใช้มายาวนานนับร้อยปีเลยแหละ แต่คนไทยก็ได้เริ่มนำมาใช้สักระยะหนึ่งแต่ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่านั้น

หากอยากทราบว่าทำไมเราถึงจะต้องการศิลปะเราอาจจะตอบคุณได้ไม่หมด เพราะเรื่องราวมันค่อนข้างที่จะซับซ้อน แต่เชื่อเถอะว่าความรู้สึกนึกคิดภายในจิตใจของเรานั้นมันต้องการการรับฟังนั่นก็คือการบำบัดนี่เอง ศิลปะในการบำบัดถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ร่างกายของคนเรานั้นต้องการมาก เพราะมันค่อนข้างที่จะดีต่อใจของคนเรา

สำหรับการสร้างสรรชิ้นงานศิลปะก็ถือได้ว่าเป็นการบำบัดเราอย่างหนึ่ง โดยเป็นการช่วยสร้างให้เรามีจิตที่นิ่ง และมีสติมากยิ่งขึ้น โดยให้เราจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งทำให้สมาธินั้นเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลากเลส้นต่อจุด หรือแม้แต่การปั้นดินก็ตาม ในการทำศิลปะในการปั้นดินนั้นจะใช้สมาธิเป็นอย่างมาก

ดังนั้นหากไม่มีสมาธิหรือจิตใจที่ว้าวุ่นอยู่มันก็จะกล้าเป็นการทำออกมาได้ไม่ดี หรือไม่สวยนั่นเอง สำหรับการทำสมาธิเหล่านั้นส่งผลให้ภาในของเราดีขึ้นไปตามๆกัน ไม่ว่าคุณจะหัดด้านไหนของศิลปะเชื่อเถอะว่ามันเป็นการส่งผลดีอย่างแน่นอน เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนที่จะส่งเสริมให้จิตใจลอารมณ์ของคุณดีขึนตามลำดับอย่างแน่นอน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  dewabet